Home สุขภาพ วิธีทำ “น้ำนมข้าวโพด” สรรพคุณบำรุงผิวพรรณ บำรุงสายตา ต้านมะเร็งร้าย
วิธีทำ “น้ำนมข้าวโพด” สรรพคุณบำรุงผิวพรรณ บำรุงสายตา ต้านมะเร็งร้าย

วิธีทำ “น้ำนมข้าวโพด” สรรพคุณบำรุงผิวพรรณ บำรุงสายตา ต้านมะเร็งร้าย

0
0

วิธีทำ “น้ำนมข้าวโพด” สรรพคุณบำรุงผิวพรรณ บำรุงสายตา ต้านมะเร็งร้าย

ก่อนจะเป็นนมข้าวโพด ต้องเริ่มจากนำข้าวโพดสดมาปอกเปลือกแล้วล้างให้สะอาด ใช้มีดบางและคมฝานเอาเฉพาะเมล็ดข้าวโพดออก (ในที่นี้ตามสูตรน้ำหนัก 5 กิโลกรัม) เทน้ำสะอาดลงไปในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 นำไปต้มไฟปานกลางจนเดือดพอประมาณแล้วยกลง ทิ้งให้ข้าวโพดเย็น นำไปเข้าเครื่องบดให้ละเอียด หรือเครื่องปั่นน้ำผลไม้ก็ได้ แล้วใช้ผ้าขาวบางกรอง สิ่งที่จะได้คือน้ำนมข้าวโพดสีขาวขุ่นคล้ายน้ำนมถั่วเหลือง พร้อมกลิ่นหอมกรุ่นของข้าวโพด

จากนั้นเป็นการปรุงรสชาติ สำหรับข้าวโพด 5 กิโลกรัม อาจต้องใช้น้ำตาลทรายประมาณ 750 กรัม เกลือ 2 ช้อนชา หากอยากเพิ่มความหอมอาจใช้ใบเตยสดทั้งใบ ล้างให้สะอาดใส่ลงไปในหม้อต้มน้ำนมข้าวโพด นำไปตั้งไฟอ่อนถึงไฟกลางแล้วค่อยๆ เคี่ยวไปจนกระทั่งเดือด ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ผู้ประสบความสำเร็จในการขายน้ำนมข้าวโพดบอกว่า เคล็ดลับอยู่ที่เวลาเคี่ยวต้องคอยหมั่นสังเกตอย่าให้น้ำนมข้าวโพดแตกมัน และอย่าเคี่ยวนานเกินไป เพราะความร้อนจะทำให้ความหวานของน้ำนมข้าวโพดหายไป

น้ำนมที่ต้มได้ที่แล้ว เมื่อยกลงยังมีอุณหภูมิประมาณ 75 องศาเซลเซียส กรองด้วยผ้าขาวบางอีกครั้งเพื่อเอากากข้าวโพดและแป้งข้าวโพดที่เป็นคาร์โบไฮเดรตออกไปบ้าง คงเหลือแต่แคลเซียม วิตามิน โปรตีน ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการและมีไขมันต่ำ นำน้ำนมข้าวโพดผ่านการฆ่าเชื้อโดยเทใส่ภาชนะที่เป็นหม้อร้อนในเครื่องพาสเจอร์ไรส์ที่อุณหภูมิ 110 องศาเซลเซียส แล้วไหลผ่านความเย็นทันทีในหม้อเย็นจัด

บรรจุขวดสะอาดที่ผ่านการซ่าเชื้อแล้ว (นึ่งฆ่าเชื้อประมาณ 5-10 นาที หรือลวกด้วยน้ำเดือด ทิ้งไว้ให้แห้งก่อนนำมาบรรจุ) ปิดฝาขวดให้แน่น นำไปใส่ในถังน้ำแข็ง เมื่อความร้อนพบกับความเย็นทันทีจะสามารถฆ่าเชื้อได้ระดับหนึ่ง ถือว่าเป็นการพลาสเจอร์ไรส์ได้เช่นกัน ทั้งนี้ หากบรรจุในขวดที่มีขนาด 250 ซีซี จะบรรจุน้ำนมข้าวโพด 5 กิโลกรัมได้ประมาณ 40 ขวด เก็บรักษาโดยแช่เย็นในอุณหภูมิไม่เกิน 2-3 องศาเซลเซียส เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการทำน้ำนมข้าวโพดพร้อมดื่มพาสเจอร์ไรซ์

ข้อแนะนำ หากต้องการให้น้ำนมข้าวโพดมีสีขาวข้น และกลิ่นหอม ควรใช้ข้าวโพดหวานพันธุ์ เอ ที เอส และสามารถต้มขายลักษณะวันต่อวัน เช่นเดียวกับน้ำเต้าหู้ก็ได้ หรือหากมีเงินลงทุนมาก ควรซื้อหม้อพาสเจอร์ไรส์ ราคาประมาณ 30,000 บาท

ส่วนกากข้าวโพดที่กรองไว้ ยังนำไปแปรรูปเป็นอาหารว่างที่ถูกปากหลายคนไม่แพ้เครื่องดื่มน้ำนมข้าวโพด คือข้าวโพดกวน วิธีทำ เริ่มจากนำกากข้าวโพด (จากข้าวโพด 5 กิโลกรัม) ลงกะทะ ตามด้วยกะทิ 1,000 กรัม น้ำตาล 1,800 กรัม ค่อยๆ กวนด้วยไฟอ่อนๆ กระทั่งข้าวโพดไม่เกาะติดกระทะ แล้วยกลง ขั้นตอนต่อไปเป็นการประดิษฐ์ประดอยว่าจะปั้นเป็นก้อนทานพอคำ หรือทำเป็นรูปอะไรก็ได้ หรืออาจจะห่อด้วยกระดาษแก้วหลากสีให้กลายเป็นอาหารขบเคี้ยวที่น่าทานและขายได้

กลับไปที่นมข้าวโพด คุณประโยชน์ที่ได้รับประกอบด้วยไขมันและโซเดียมต่ำ ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อผู้ป่วยโรคไต มีเบต้าแคโรทีนช่วยบำรุงผิวและสายตา มีแคลเซียมช่วยกระตุ้นการเจริญของกระดูก ผม และฟันในเด็กวัยเรียน นอกจากนั้น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน แมกนีเซียม โพแตสเซียม เมไธโอนีน วิตามิน เอ บี และอื่นๆ อย่างละเล็กน้อย และรสพอหวาน ยังเป็นเครื่องดืมเพิ่มพลังงานในคนฟื้นจากไข้ หรือผู้มีอาการอ่อนเพลีย

อีกหนึ่งสูตร

วัตถุดิบและส่วนผสม

1) ข้าวโพดหวานฝานเมล็ดบางๆ 5 ฝัก

2) ใบเตยหอมใบใหญ่มัดเป็นปม 2-3 ใบ

3) น้ำ 10 ถ้วย

4) เกลือสมุทร ¼ ช้อนชา

วิธีทำน้ำนมข้าวโพด

1. ตั้งหม้อบนไฟขนาดกลาง จากนั้นใส่น้ำ ใบเตย และเมล็ดข้าวโพดที่ฝานลงไปต้มจนเดือด เมื่อต้มจนได้กลิ่นหอมของใบเตยแล้วจึงยกลงพักไว้ แล้วกรองเอาเมล็ดข้าวโพดออก

2. ใส่เมล็ดข้าวโพดที่กรองออกมากับน้ำต้มลงในโถปั่น ปั่นจนละเอียดเข้ากัน จากนั้นกรองเอาแต่น้ำ นำไปใส่หม้อเดิม แล้วตั้งบนไฟขนาดกลางอีกรอบ

3. ใส่เกลือ แล้วลดเป็นไฟขนาดอ่อน ขณะต้มคอยคนตลอดเวลาเพื่อไม่ให้ก้นไหม้ ใส่น้ำตาลปรุงรสเพิ่มหากชอบหวาน ใช้เวลาต้มประมาณ 10-15 นาที ปิดไฟ แล้วยกลงพักไว้

3. รอให้อุ่นรินใส่แก้ว แล้วพร้อมเสิร์ฟค่ะ

สำหรับคุณประโยชน์ของน้ำนมข้าวโพด

1. ประกอบไปด้วยไขมันและโซเดียม ที่ต่ำ ทำให้ไปเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยโรคไต และไม่ทำให้อ้วน

2. มีสารเบต้าแคโรทีนที่ช่วยบำรุงผิวและบำรุงสายตา และยังมีมีแคลเซียมช่วยกระตุ้นการเจริญของกระดูก ผม และฟันในเด็กวัยเรียน

ยังมี คาร์โบไฮเดรต โปรตีน แมกนีเซียม โพแตสเซียม เมไธโอนีน วิตามิน เอ บี และอื่นๆ

3. ยังเป็นเครื่องดื่มเพิ่มพลังงานในคนฟื้นจากไข้ หรือผู้มีอาการอ่อนเพลีย

ขอบคุณข้อมูลดีดีจาก : หนังสือพิมพ์มติชน

%d bloggers like this: