Home ทั่วไป จากนี้ไปจะซื้อของจากคนจนให้คิดดีๆ อ่านบทความเรื่องนี้จะเปลี่ยนความคิด
จากนี้ไปจะซื้อของจากคนจนให้คิดดีๆ อ่านบทความเรื่องนี้จะเปลี่ยนความคิด

จากนี้ไปจะซื้อของจากคนจนให้คิดดีๆ อ่านบทความเรื่องนี้จะเปลี่ยนความคิด

0
0

จากนี้ไปจะซื้อของจากคนจนให้คิดดีๆ อ่านบทความเรื่องนี้จะเปลี่ยนความคิด

บทความดี ๆ ที่อยากให้ทุกคนได้อ่านได้รู้ถึงมุมมองการใช้ชีวิตของคนจนเวลาซื้อของแล้วชอบต่อ อ่านแล้วคุณจะเปลี่ยนความคิดคุณอย่างแน่นอน


คุณนาย(ผู้หญิงคนหนึ่ง) เดินเข้าไปถามชายชรา ผู้นั่งขายไข่ไก่อยู่ว่า ขายยังไง พ่อค้าเฒ่า ก็ตอบว่า ใบละ 5 รูปี..

คุณนายก็บอกว่า ฉันต้องการซื้อไข่ 6 ฟอง 25 รูปีได้ไหม (ที่จริงควรจะ 30 รูปี) ชายชราตอบว่า แล้วแต่คุณนายเถอะ อยากซื้อเท่าไหร่จ่ายเท่าไหร่ก็ตามสะดวก วันนี้อาจจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีของผมก็ได้ เพราะตั้งแต่เช้า ยังขายไข่ไม่ได้เลย

Loading...

แล้วคุณนายก็หิ้วไข่ 6 ฟอง เดินไปขึ้นรถเก๋งที่มีเพื่อนๆ นั่งอยู่แล้ว ด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่องว่า สามารถซื้อไข่ได้ในราคาถูกกว่าที่พ่อค้าขาย

หลังจากนั้นคุณนายและผองเพื่อนก็ไปภัตตาคารแห่งหนึ่ง สั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ และกินกันอย่างเพลิดเพลิน แต่ก็ไม่หมด ยังเหลืออีกมากมายเยอะแยะ จนในที่สุดก็เรียกทางร้านมาเช็คบิล ราคาทั้งหมด 1400 รูปี คุณนาย ยื่นเงินไปให้ 1500 รูปี แล้วบอกว่า ไม่ต้องทอนนะค่ะ…

เงินแค่นี้มันธรรมดามากสำหรับเจ้าของภัตตาคาร แต่สำหรับพ่อค้าไข่ชรา มันอาจจะเป็นความเจ็บปวดก็ได้นะ

จุดสำคัญคือว่า ทำไมเราชอบโชว์ว่า เวลาเราซื้อของจากพ่อค้าแม่ค้าที่เป็นชาวบ้านลำบากอยู่แล้ว เรามักต่อรองราคาและรู้สึกพึงพอใจ ถ้าหากว่าเราต่อราคาได้ถูกกว่าราคาที่เขาขาย..แล้วทำไมเรามักไม่เคยได้ต่อรองราคาสินค้าราคาแพงๆ ที่วางขายในห้าง ในร้านใหญ่ๆ ที่เขาโก่งราคาไว้เรียบร้อยหมดแล้ว แปลกไหมละ?

ลองอ่านนี้ดูอีกหน่อย..
พ่อของผม มักจะชอบซื้อของจากคนจนๆ และให้ราคาสูง ทั้งๆที่พ่อไม่ได้ต้องการสินค้าเหล่านั้น ..บางทีพ่ออาจจะต้องการให้เงินแก่พวกเขาเพื่อนำไปใช้เลี้ยงครอบครัวเขาก็ได้…

ผมเคยถามพ่อดูว่าทำไมพ่อทำแบบนั้น พ่อตอบว่า “มันเป็นการทำบุญ ที่มีคุณค่ามากนะลูก” ..(ที่จริงจะแบบว่า มันเป็นการช่วยเขา ที่ทำให้เขาไม่เสียศักดิ์ศรี..ก็ได้นะ)

ผมรู้ว่า ส่วนใหญ่ คุณไม่ส่งต่อ ไม่แชร์ข้อความเหล่านี้หรอก แต่ลองทำดูซะหน่อยสิ

สะเทือนใจ!! ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร!! เรื่องจริงจากลุงขายมะพร้าว ที่ถูกคนรวยต่อราคา


ว่าด้วยเรื่อง “ต่อราคา” การพูดโต้ตอบ ระหว่างคนซื้อมะพร้าวน้ำหอมกับคนขาย
เวลาไปซื้อของแถวตลาดนัด หรือที่อื่นๆ คุณเคย…
“ต่อราคาของที่ซื้อไหม” ฉันเป็นคนนึงนะที่เคยทำแบบนั้น

แล้วมีอยู่วันหนึ่ง ฉันอ่านไปเจอกับบทความในเพจเพจหนึ่ง
ในบทความนั้นเป็นการสนทนาการต่อราคาของคนซื้อกับคนขาย

เนื้อหาในบทสนทนานี้ไม่ได้ยืดยาวอะไรมากนัก
แต่แฝงไปด้วยข้อคิดเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจทำให้เรา
ฉุกคิดและนึกย้อนกลับมามองตัวเอง อีกครั้ง…

คนขายมะพร้าวน้ำหอม ขายลูกละ 30 บาท แต่คนซื้อบอกว่าแพงไป

คนซื้อ : มะพร้าวน้ำหอม ลูกละ 30 บาท ทำไมแพงจัง ลดเหลือ 15 บาทได้มั้ยลุง
คนขาย : คงลดให้ไม่ได้หรอก เพราะปลูกเอง ไหนจะเอามาขายอีก ยืนตากแดดขายทั้งวัน
คิดแค่ค่าต้นทุนก็เกิน 15 บาทแล้ว

ณ ตอนนั้น ในมือของคนซื้อถือแก้วกาแฟคาปูชิโน่อยู่ คนขายเลยถามไปว่า…

คนขาย : แล้วกาแฟคาปูชิโน่ที่ถืออยู่ในมือราคาเท่าไหร่ล่ะ
คนซื้อ : …..150 บาท
คนขาย : แล้วคุณได้ต่อราคาเขาไหม ?
คนซื้อ : จะบ้าหรอ กาแฟเค้ามียี่ห้อ จะต่อราคาได้ไง
คนขาย : กับคนรวย คุณไม่ต่อสักบาทเดียว แต่พอกับคนจน คุณกลับต่อราคาถึง 15 บาท
คนซื้อยืนอึ้ง พูดอะไรไม่ออก …

(พออ่านจบ ฉันก็รู้สึกว่า เออ มันก็จริงนะ)

….ถามว่า….
เพราะอะไรเราจึงต่อราคากับพ่อค้าจนๆ ที่ต้องยืนขายของกลางแดดร้อน
…..แต่กลับไม่เคยต่อราคากับผู้ค้าที่ร่ำรวยตามห้างฯหรือภัตตาคาร

ทำไม?
จึงต้องมาเอาเปรียบคนจนที่ต้องทำงานหนัก
ถ้าเราเป็นหนึ่งในคนที่ร่วมเอาเปรียบคนจนอยู่…
เราใช้จ่ายในห้างเป็นพันๆ ตามห้างฯและร้านอาหารหรูๆ
แต่กลับต่อราคากันบาทต่อบาทกับคนจน
ซึ่งต้องทำงานหนักเลี้ยงตัวเองและครอบครัวของเขา….

อย่าต่อราคากับคนหาเช้ากินค่ำเลย …อะไรที่ช่วยได้ก็ช่วยกันเถอะค่ะ … (Cr.bigza)

อีกตัวอย่างดีๆอีกเรื่องนึง
เป็นเรื่องราวที่ชาวเน็ตกำลังให้ความสนใจกันมากเลยทีเดียว สำหรับเรื่องของ สมาชิกพันทิปชื่อ รอความเห็นต่อไปมาตอบแล้วกัน ได้มาเผยแพร่ประสบการณ์ชวนน้ำตาไหล หลังจากเขาได้ซื้อมะพร้าวอ่อนมาในราคาลูกละ 100 บาท แต่กลับทำให้เขาต้องสะเทือนใจถึงกับน้ำตาไหล ด้วยเหตุผลแบบนี้ โดยเจ้าของเรื่องได้เผยว่า

สวัสดีครับ วันนี้ผมกับแฟนขับรถกลับบ้านหลังจากทำงานเสร็จ มาถึงบ้านก็หกโมงกว่า บรรยากาศเริ่มมืดลงมากครับ หลังจากจอดรถเสร็จแล้ว ผมกับแฟนก็กำลังเดินกลับขึ้นคอนโด แต่แฟนผมเค้าบ่นอยากกินน้ำมะพร้าวอ่อน ช่วงนี้กำลังท้องลูกชายคนเล็กอยู่ครับ ประกอบกับเหลือบไปเห็นรถเข็นขายผลไม้ที่ผู้ชายคนนึงกำลังเข็นผ่านถนนหน้าคอนโดไปครับ ผมก็เลยวิ่งไปเรียกรถเข็นผลไม้ให้จอดรอก่อน มันมืดเพราะช่วงนี้เข้าหน้าหนาวแล้ว

พอผมเดินไปผู้ชายคนที่ผมเห็นนี้ก็คือ ลุงแก่ๆคนนึง มีรถเข็นขายผลไม้เก่าๆ สภาพรถคือ เก่ามาก ถึงมากที่สุดครับ สภาพในรถเข็นเป็นตู้กระจกใส่ผลไม้ซึ่งมีอย่างละนิดละหน่อย มีผลไม้ดองใส่ถุง มีมะกอกปอกเปลือกแล้ว และมีมะพร้าวอ่อนอยู่สามลูก สภาพมะพร้าวถ้าดูภายนอกเหมือนจะเริ่มดำและเน่า ที่สำคัญลุงคนนี้แกสุขภาพไม่ค่อยดีครับ พูดไม่ค่อยชัด มือไม้ไม่มีแรงเพราะตอนแกเข็นรถแกเข็นช้ามาก ไคลแมกซ์ของผม มันอยู่ตรงนี้ครับ จากบทสนทนา

ผม : ลุงครับ ซื้อมะพร้าวลูกนึงครับ
ลุง : เอาลูกไหนล่ะ (จับใจความได้แบบนี้)
ผม : เอาลูกนี้ครับ
ผมก็ชี้ที่ลูกมะพร้าว ลุงก็ยื่นมือลงมาหยิบครับ แต่แกไม่ค่อยมีแรงหยิบ ผมเลยหยิบมะพร้าวออกมาวางบนตู้กระจก
ผม : ไม่ต้องเฉาะนะครับ เอาไปทั้งลูกเลย
ลุง : …….

จุดไคลแมกซ์ก็คือ ตอนลุงแกกำลังดึงถุงก๊อบแก๊บออกจากห่อ แกพยายามดึงออกมาแต่มันติดกันอยู่ซึ่งแกพยายามดึงอยู่นานมาก ผมอยากจะช่วยแกนะครับ แต่เห็นแกดูมีความพยายามมากๆจึงไม่กล้าขัดแก แกดึงถุง ถุงก็ไม่ยอมออกครับ ช่วงเวลานั้นผมรู้สึกสงสารแกแบบว่าอยากร้องไห้จริงๆ มือไม้ของลุงแกไม่ค่อยมีแรงแบบนี้ ยังพยายามทำมาหากินเข็นรถผลไม้ขายทั้งๆที่สุขภาพก็ไม่ดี สงสารแกมากจริงๆครับ ผมว่าเกินนาทีได้เลยกว่าถุงก๊อบแก๊บใบเล็กจะหลุดออกมาจากห่อ แกดูเหนื่อยมากไม่มีแรงยกลูกมะพร้าวใส่ถุงให้

ลุง : พ่อหนุ่ม เอามะพร้าวใส่ถุงให้ลุงทีนะ
ผม : ได้ๆๆ ครับลุง ผมใส่เองได้ครับลุง
จากนั้นผมก็หยิบแบงค์ 100 ยื่นให้แกครับ ลุงแกเหมือนจะหยุดสตั้นไปพักนึง ในใจเวลานั้นผมคิดมาแล้วว่า สภาพร่างกายลุงแย่ขนาดนี้ ต้องเข็นรถเดินขายผลไม้ ผลไม้ก็เริ่มสภาพไม่ดีพอๆกับสุขภาพตัวของลุง ที่สำคัญแกไม่น่าจะมีเงินทอนพอแน่ๆ แต่ผมไม่ได้สนใจเงินทอน ผมเลยให้แกไปเลย 100 บาท น่าจะพอซื้อรอยยิ้มในใจลุงได้บ้าง
ผม : ลุงครับ ไม่ต้องทอนนะครับ ลุงคงเหนื่อยมากแล้ว ขอให้ขายได้เยอะนะครับลุง
ลุง : ขอบใจนะพ่อหนุ่ม

แกจะยกมือขอบคุณ น่าตาก็เหมือนจะร้องไห้ แต่ผมรีบชิงยกมือไหว้ขอบคุณแกก่อน แล้วลุงก็เข็นรถเลียบถนนไปเรื่อยๆอย่างช้าๆ ผ่านสายตาผมไป

ผมยืนมองแล้วสงสารแกมาก ที่ผมตั้งกระทู้นี้เพราะอยากให้แกได้พบเจอคนใจดีๆมาช่วยอุดหนุนแกบ้าง ลุงแกเข็นรถขายผลไม้อยู่แถวถนนเส้นลาดพร้าววังหิน โชคชัย 4 ผมลองถามคนแถวนั้นดูก็พบว่า บางวันแกก็เดินเข็นรถขาย บางวันก็ไม่ขายบ้างครับ สังเกตง่ายมากครับ ลุงแกจะเข็นรถได้ช้ามาก สภาพรถเข็นจะเก่ามาก มีร่มเก่าๆ รถเข็นแทบไม่มีน้ำแข็งเลย มีผลไม้เก่าๆอยู่ไม่มาก หนักไปทางผลไม้ดองมากกว่า ถ้าตอนนี้ยังไม่มีใครอุดหนุนอะไรเพิ่มเติมหลังจากผม มะพร้าวในรถเข็นน่าจะเหลืออีกสองลูกครับ ถ้าเพื่อนคนไหนพบเห็นลุงท่านนี้ ช่วยๆกันอุดหนุนคุณลุงนะครับ
ขอบคุณมากครับ
ทางด้านของสมาขิกพันทิปท่านอื่นๆ ก็ต่างรู้สึกสะเทือนใจ และมาแสดงความคิดเห็นกันมากมาย

การแบ่งปันเรื่องราวดีๆนี้ ให้คนที่คุณรักและคนอื่นๆ ชีวิตคุณจะดีขึ้นทันที

ขอขอบคุณ : http://rugyim.com/3009

Loading...